ประวัติกีฬายิงปืนปืนพก (Pistol) ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย Caminello Vitelli ณ เมืองพิสโตเอีย รัฐฟลอเรนไตน์ ประเทศอิตาลี ประมาณปี พ.ศ. 2083 โดยใช้ชื่อเมืองที่ถือกำเนิดเป็นชื่อของปืนชนิดนี้ ในช่วงชีวิตของ Vitelli ปืนพกที่ประดิษฐ์ขึ้นยังไม่ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง เนื่องจากปืนของเขายังไม่มีประสิทธิภาพมากมายนัก
ในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2393 เป็นต้นมา มีการนิยมใช้ปืนยาวอัดลม (Rifle) เป็นอย่างมาก ปี พ.ศ. 2403 ในสหรัฐอเมริกาจัดให้มีการแข่งขันยิงปืน ณ สถานที่ต่างๆ ตามริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก เช่น ริมฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ โดยสมาคมยิงปืนยาวอัดลมแห่งชาติ (The National Rifle Association) สมาคมแห่งนี้ได้สร้างกฎระเบียบในการกีฬาประเภทนี้คือ มาตรฐานของเป้า และระยะ เป็นต้น จากความไม่มีระเบียบ ไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนมาสู่มาตรฐานจึงได้จัดให้มีการแข่งขันยิงปืนยาวอัดลมเพื่อชิงชนะเลิศระหว่างชาติ โดยใช้กฎอันเดียวกันเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2414 และได้ถูกจัดแข่งขันกันอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา
ต้นปี พ.ศ. 2423 ซึ่งเป็นระยะที่ประชาชนทั่วไปกำลังให้ความสนใจอยู่กับปืนลม Paine นักแม่นปืนของสหรัฐอเมริกาผู้หนึ่งได้แสดงการยิงปืนพก และปืนสั้น (Revolver) ในขณะที่เขาท่องเที่ยวไปยังประเทศอังกฤษ เป็นผลให้สมาคมยิงปืนแห่งแมสซาชูเซตส์ได้มอบโล่รางวัลให้ทั้งปืนพกและปืนสั้น จึงทำให้บรรดาสมาชิกทั้งหลายหันมาสนใจอาวุธปืนทั้ง 2 ชนิด ตั้งแต่นั้นมาคนทั้งหลายจึงให้ความนิยมสนใจกับอาวุธปืนกันอย่างแพร่หลาย โดยมีการจัดการแข่งขันอย่างกว้างขวาง ซึ่งการแข่งขันยิงปืนได้บรรจุเข้าไว้ในการแข่งขันกีฬาระดับชาติ เช่น การแข่งขันกีฬาแหลมทอง (ซีเกมส์) เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ เป็นต้น
ประวัติยิงปืนในประเทศไทย
กีฬายิงปืนเป็นกีฬาที่ประชาชนคนไทยให้ความนิยมและสนใจเมื่อไม่นานนี้เอง ความจริงแล้วคนไทยรู้จักการใช้อาวุธปืนมาช้านานแล้ว และมีการแข่งขันกันแต่ไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายมากนัก ต่อมาบรรดานักยิงปืนทั้งหลายได้เล็งเห็นว่าควรจะได้มีการแข่งขันยิงปืนตามแบบและกติกาและกติกาสากลนิยม จึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดการแข่งขันยิงปืนขึ้นตามแบบและกติกาสากลนิยม จึงได้มีการจัดตั้งสมาคมยิงปืนสมัครเล่นแห่งประเทศไทย โดยจดทะเบียนก่อตั้งอย่างถูกต้อง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2501
ภายหลังจากที่สมาคมยิงปืนสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว สมาคมฯจึงได้คัดเลือกนักกีฬายิงปืนส่งเข้าร่วมการแข่งขันกับนานาชาติ เช่น การแข่งขันซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 17 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ในปี พ.ศ. 2503
ในปี พ.ศ. 2501 สมาคมยิงปืนสมัครเล่นแห่งประเทศไทย จึงได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์ยิงปืนแห่งเอเชีย และสมาชิกของสหพันธ์ยิงปืนนานาชาติในปีเดียวกัน ซึ่งประเภทการแข่งขันยิงปืนตามแบบสหพันธ์ยิงปืนนานาชาติ ซึ่งจัดการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกมี 7 ประเภท คือ
1) ปืนยาวท่านอน
2) ปืนสั้นยิงช้า
3) เป้าบินประเภทแทร็ป
4) ปืนยาว 3 ท่า
5) เป้าเคลื่อนที่

6) ปืนสั้นยิงเร็ว
7) เป้าบิน (ประเภทสกีต)
ปืนตก !!! ทำอย่างไรดี
ในการแข่งขัน IPSC นั้น บางครั้งก็มีการเผลอเรอของนักกีฬาบ้างเป็นครั้งคราว ทำให้เกิดเหตุการณที่นักกีฬาทำปืนตกจากซองปืน เนื่องจากซองปืน IPSC นั้นไม่เหมือนกับซองปืนทั่วไป อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน IPSC ซองปืน IPSC จะล๊อคที่โกร่งไกเท่านั้น ไม่ได้ห่อหุ้มตัวปืนไว้ จึงทำให้หล่นจากซองได้ง่าย ถ้าลืมล๊อคเอาไว้ ปืนหล่นจากซอง มี 2 ประเภท ดังนี้
1. ปืนหล่นขณะที่พร้อมทำการยิง หมายความว่านักกีฬาเข้าช่องยิงเตรียมทำการยิงแล้ว กรรมการสั่งให้เตรียมทำการยิงแล้ว (Load and Make Ready) ไม่ว่าจะบรรจุแม๊กกาซีนหรือไม่ ไม่ว่าจะขึ้นลำหรือเปล่า โทษสถานเดียวคือ DQ (Disqualify) ปรับเป็นแพ้ ห้ามแข่งขันต่อครับ ในกฎของ IPSC เขาใช้คำว่า "Unsafe Gun Handling" ถือว่านักกีฬาคนนั้นไม่มีความสามารถในการใช้อาวุธปืนให้ปลอดภัยครับ ถือเป็นโทษร้ายแรงมากครับ เพราะว่าตอนที่พร้อมทำการยิงนั้นส่วนใหญ่ปืนจะขึ้นลำเอาไว้ ถ้าปืนตกแล้วเกิดลั่นขึ้นมาแล้วจะเกิดอะไรขึ้นคงไม่มีใครคาดเดาได้ กรรมการจะไม่มีการพิจารณาว่าปืนขึ้นลำหรือบรรจุแม็กหรือไม่ ตอนที่ปืนตก DQ อย่างเดียว ปรกติปืน IPSC นั้นไม่ใช่จะลั่นกันง่าย ๆ หรอก แต่ใครจะเสี่ยงละครับ. ในข้อหนึ่งนี้มียกเว้น คือ สนามเทสซอง สนามประเภทนี้มีไว้เทสซองปืนของนักกีฬาว่าอยู่ในมาตรฐานหรือไม่ โดยจะบังคับให้นักกีฬา นำปืนใส่ซอง โดย ไม่ขึ้นลำ และ ไม่บรรจุแม็กกาซีน มีแต่ปืนเปล่า ๆ ในซองปืน เมื่อได้รับสัญญาณจากกรรมการนักกีฬาจะต้อง วิ่งขึ้นบันไดแล้วกระโดดลงมา หรือ กระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง แล้วแต่สนามจะออกแบบมา ก่อนทำการบรรจุแม็กและขึ้นลำ แล้วทำการยิงในสนามนั้น ๆ ต่อไป ถ้าเกิดปืนหล่นในสนามนี้จะไม่โดน DQ แต่สนามนี้จะไม่ได้คะแนนเลยครับ และยังต้องทำการแก้ไขซองให้ปลอดภัยได้มาตรฐาน ถึงจะให้ทำการยิงในสนามต่อไปได้ครับ.
2. ปืนหล่นขณะที่ยังไม่ได้พร้อมยิงหมายความว่า ขณะที่นักกีฬาคนนั้น ๆ ยังไม่ได้เข้าช่องยิง เดินดูสนามก็ดี เดินทำธุระส่วนตัวก็ดี อยู่ในห้องน้ำก็ดี โดยที่ปืนไม่ได้มีแม็กกาซีนอยู่ในปืน (ปรกติถ้าปืนคุณมีแม็กกาซีนบรรจุอยู่ โดยที่กรรมการยังไม่ได้สั่ง ก็โดน DQ แล้วครับ) แล้วทำปืนหล่น อันนี้ยังไม่โดน DQ ครับ แต่ต้องมีขั้นตอนตามนี้ครับ.
แจ้งให้กรรมผู้ควบคุมสนามทราบ
กรรมการผู้ควบคุมสนาม จะมาทำการเคลียสถานที่ โดยให้นักกีฬาทุกคนออกไปจากบริเวณนั้น เพื่อความปลอดภัย
กรรมการผู้ควบคุมสนาม จะเป็นผู้หยิบปืนที่หล่นนั้นขึ้นมาเอง (ห้ามนักกีฬาหยิบปืนขึ้นมาเองเด็ดขาด ฝ่าฝืน DQ ครับผม) และกรรมการผู้นั้นจะต้องตรวจปืนว่าปลอดภัย โดยการเช็คว่าไม่มีแม็กกาซีน และ ไม่ได้ขึ้นลำเอาไว้.
กรรมการผู้ควบคุมสนามจะเป็นผู้นำปืนใส่ซองให้นักกีฬาเอง หลังจากได้ตรวจว่าปืนปลอดภัยแล้ว เป็นอันเสร็จพิธี ปรกติแล้ว ถ้ากรรมการผู้ควบคุมสนามเห็นว่า นักกีฬากำลังจะหยิบปืนใส่ซองเอง กรรมการจะเตือนไม่ให้ทำอย่างนั้น แต่ถ้านักกีฬาไม่ได้ยินหรือไม่ทันฟัง แล้วไปหยิบปืนเองก็ช่วยไม่ได้ครับ มีคนโดนมาแล้วทั้ง ๆ ที่ กรรมการและเพื่อนนักกีฬาพยายามตะโกนเตือนแล้ว ข้อหลังนี้ จำไว้อย่างเดียว อย่าหยิบปืนมาใส่ซองเองเด็ดขาด เพราะว่านักกีฬาหลายตนต้องโดน DQ ไปอย่างน่าเสียดายเพราะเผลอไปหยิบปืนเอง อ่านแล้วคงจะหงุดหงิดบ้างนะครับ เพราะเอะอะก็จะ DQ ท่าเดียว ที่ต้องย้ำนักย้ำหนาเพราะต้องการให้เกิดความปลอดภัยในการฝึกซ้อมและแข่งขันครับ นักกีฬา 1 คน ต้องเสียค่ารถ-ค่าเครื่องบิน, ค่าสมัคร, ค่ากระสุนปืน ยังไม่นับที่ต้องเสียเวลา+กระสุนปืนซ้อมอีก ถ้ามาโดน DQ ก็คงจะหงุดหงิดมากกว่านี้หลายเท่า.
sport shooting โดย นายธนวัชร สิทธิชาติบูรณะ
3 ความคิดเห็น:
เนื้อหาน้อยมากมาย
ไปหามาใส่เพิ่มหน่อยดิคุณ
^^^^
นายธัญญวัฒน์ เทียมเกรียงไกร
เนื้อหาน้อยโคตร รูปก็ไม่ค่อยมีคุณ
ก็ดีคับ มี สาระดี
แสดงความคิดเห็น